ตอนที่สอง ขอยกให้กับเกมในวันเดียวกันของทีมชาติโปรตุเกส และคนที่ว่าก็คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

มันมี เวิลด์คลาส อยู่ 2 ประเด็นที่ขอมาขยาย ตั้งแต่เอาเรื่องจริงจังมาทำให้ไร้สาระ ไปจนถึงความบ้าดีเดือดของตัว โรนัลโด้ เอง

เรื่องแรกเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนแข่ง ในบรรยากาศของการแถลงข่าวก่อนเกม

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาในชุดแจ็กเก็ตมีฮูด คอสตูมที่ไม่คุ้นเคยเลยกับหน้าจอ แม้ว่าเขาจะไม่ได้มีกฎระเบียบอะไรขนาดนั้นก็เถอะ

แต่เท่าที่ได้เห็นผู้เล่นที่มาแถลงข่าว ก็จะมาในยูนิฟอร์มเท่ ๆ ของทีมชาติกันหมด

หลัก ๆ คือ หลายคนอาจเห็นเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดียแล้ว ก็คือการที่เขาหยิบน้ำอัดลม ที่เป็นผู้สนับสนุนของการแข่งขัน หลบจากหน้าของเขา เพื่อหยิบน้ำเปล่าขึ้นมาวางแทน

ตรงนี้ล่ะ นัยที่แสดงถึง เวิลด์คลาส ซ่อนไว้มากมายเลยนะครับ

ข้อแรกคือ โรนัลโด้ (หรือคนอื่น) แกะเอาโลโก้ของน้ำเปล่าขวดนั้นออก ส่วนตัวไม่ได้ทราบลึกไปถึงน้ำดื่มประจำทัวร์นาเมนต์ ว่าจะต้องเป็นแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งตลอดทั้งรายการหรือไม่

แต่ถ้ามีน้ำดื่มประจำรายการจริง ๆ สิ่งที่เห็นในมือของ โรนัลโด้ คือความถูกต้อง เป็นขวดเปล่าล้วน ๆ เพื่อให้เกียรติผู้สนับสนุน

เหมือนในเมืองไทยที่สโมสรหนึ่งมีผู้สนับสนุน เป็นน้ำดื่มเจ้าหนึ่งที่เป็นสัตว์ล่าเนื้อ เมื่อต้องไปเยือนสนามของสโมสรที่มีผู้สนับสนุนเป็นเจ้าคู่แข่ง ที่ใช้สัตว์เป็นสัญลักษณ์เหมือนกัน แต่เป็นสัตว์ประจำชาติ เขาก็จำเป็นต้องแกะแถบแบรนด์ของตัวเองออก

แค่แสดงเจตนารมณ์ว่า กูไม่ดื่มแบรนด์คู่แข่ง ให้ผู้สนับสนุนของตัวเองเห็นก็เท่านั้น-ให้คนเห็นเขาตัดสินจากรูปลักษณ์ของขวดบรรจุเอา

ข้อที่สอง คือ ไม่เห็นการแสดงออกถึงกลุ่มคนที่นิยมดื่มน้ำอัดลม หรือตัวผู้สนับสนุนหลักเจ้านั้นเอง ไม่ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่อย่างใด

เพราะถ้าก้าวออกมาแม้แต่ก้าวเดียว มาต่อกรกับชายผู้เป็นอิทธิพลของโลกมนุษย์คนปัจจุบัน มีแต่เจ๊งกับเจ๊งและเจ๊ง เท่านั้น

โรนัลโด้ ไม่ได้ชี้นำให้ผู้คนที่ติดตาม เลิกดื่มน้ำอัดลม แค่เพียงเขาชูขวดน้ำเปล่าออกมาเท่านั้น

เขาอาจจะบอกว่า กูมีน้ำแล้ว ไม่ต้องเอาอีกสองขวดนี้มาให้กู ก็ได้

นี่คือความ เวิลด์คลาส ในเชิงการตลาดอีกข้อหนึ่ง ซึ่งโรนัลโด้ เองเขาก็คงเข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำลงไปอาจส่งผลเสียมาก ๆ ต่อฝ่ายจัดการแข่งขัน เขาจึงเลือกวางไว้ให้ห่างจากเขาเท่านั้น แต่อยู่ในวิสัยที่กล้องบันทึกจะบันทึกให้เห็นได้ปกติ

และข้อสุดท้าย เขาเคารพวินัยของตัวเองสูงมาก ๆ จากอากัปกิริยาที่เราเห็น

เขาเคารพชนิดที่ว่าขาดไม่ได้ หลุดไม่ได้ แม้แต่ช่วงเวลาเดียว เพราะการที่เขาพกน้ำเปล่าติดตัวด้วยตลอดเวลานั่นล่ะ

ส่วนตัวผู้เขียนเคยทำแบบ โรนัลโด้ อยู่ช่วงหนึ่ง แต่เป็นการพกขวดน้ำเปล่า เพื่อลดอาการอยากบุหรี่ ในวันที่ต้องการเลิกบุหรี่ ซึ่งมันได้ผลมาก ๆ เลย

อยากสูบขึ้นมาก็จิบน้ำ ยิ่งอยากมากก็จิบมาก พอจิบมาก ๆ เข้าก็จะปวดปัสสาวะ มันเหมือนเป็นการเล่นกับตัวเอง ถ้าไม่อยากไปห้องน้ำบ่อย มึงก็ลดความเสี้ยนลงเสีย

แล้วมันก็ค่อย ๆ จางไปครับ จนเห็นใครสูบบุหรี่มวนจริง ๆ ก็ไม่นึกอยากแล้ว เหม็นควันอีกต่างหาก ท่านใดได้อ่านแล้วมีดำริจะเลิกใช้ผลิตภัณฑ์นี้ก็ลองแนวทางนี้ได้นะครับ ไม่สงวนเลย

แต่มันต่างกับ โรนัลโด้ ที่เขาต้องดื่มน้ำ เพื่อรักษาสมดุลของร่างกายตลอดเวลา เหมือนเครื่องยนต์ต้องการน้ำมันเครื่อง กับน้ำมันเชื้อเพลิง อะไรแบบนั้นเลย

ปริมาณน้ำที่อยู่ในขวด เหลือประมาณ 3 ใน 10 ของความจุ นั่นบอกได้เป็นอย่างดีว่าเขาดื่มมันตลอด

ไม่งั้นผู้ชายในวัย 36 ปีคนนี้ จะยังมีแรงกระตุ้นขับเคลื่อนจนถึงขนาดนี้ได้อย่างไร

เวิลด์คลาส

นั่นแค่เรื่องแรกในความเวิลด์คลาสของ โรนัลโด้ นะครับ

ยังมีอีกเรื่องเวิลด์คลาส เห็นจะเป็นสถิติที่เราได้ดูกันในโซเชียลมีเดียแล้ว เขาทำลายมันราบเป็นหน้ากลองได้อีกครั้งในเกมเดียว

ทั้งที่เวลาในเกมดังกล่าวของเขาเหลือน้อยเต็มที่ เพราะ 80 นาทียังยิงประตูไม่ได้

แต่พอเกมไหล ประตูที่สองจากจุดโทษที่เขายิงเสียบมุมอย่างเฉียบคม ทำให้เขาสะสมตาข่ายเทียบเท่ากับ มิเชล พลาตินี่ ดาวยิงของฝรั่งเศส ที่ทำไว้ในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รอบสุดท้าย ที่จำนวน 10 ประตู

ก่อนในอีกไม่กี่นาทีต่อมา เขาหลุดกับดักล้ำหน้า เข้าไปแตะหนีผู้รักษาประตูฮังการี ยิงประตูที่แฟนคลับเฉพาะกิจรอคอยกันทั้งโลกได้สำเร็จ

มากกว่าเงินทุนที่เข้าบัญชี ประตูนี้กลายเป็นสถิติใหม่ของฟุตบอลรายการใหญ่ที่สุดแห่งชาติยุโรป เพราะมันคือประตูที่ 11 และเป็นประตูที่มากที่สุดแต่เพียงผู้เดียว

แถมยังเป็นตัวเลขที่เหลือเชื่อ เพราะโรนัลโด้ ยิงได้ทุกศักราชฟุตบอลยูโร 5 สมัยที่เขาลงเล่น

ฟุตบอลโลก 4 สมัยก็ว่ายากแล้ว นี่เขาเล่นยูโร 5 สมัยติดต่อกัน นับนิ้วก็ 21 ปีนะครับสำหรับชีวิตลูกหนังกลม ๆ ของเขา

ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่เขาหวังจะทำลายให้ได้ในรายการเดียวกันนี้เลย

คือสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในนามทีมชาติ ที่ตอนนี้เขาเหลือเพียงอึดใจเดียวเท่านั้นเขาก็จะทำลายมันได้สำเร็จ

สถิติเดิมเป็นของ อาลี ดาอี โคตรพระกาฬแห่งอิหร่านที่ทำไว้ 109 ประตู

โรนัลโด้ ใกล้เข้าไปอีกขั้นกับ 105 ประตู ณ เวลานี้ กับแมตช์แข่งขันที่เหลืออีกอย่างมากที่สุดของเขาถึง 6 นัด (ถ้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้อีกครั้ง)

3 ประตูเพื่อเทียบเท่า หรือ 4 ประตูเพื่อขยับแซง ไม่ใช่เรื่องยากของเขาเลยตอนนี้

และเขาน่าจะไม่แขวนสตั๊ดกับทีมชาติโปรตุเกส ไปก่อนที่จะทำลายมันลงได้แน่ ๆ

โรนัลโด้ เป็นบุคคลที่น่าเอาเยี่ยงอย่าง ตลอดความเคลื่อนไหวของเขาในเกมแรกกับ ฮังการี จนจบมาซึ่งชัยชนะนัดสำคัญ