วงการลูกหนังยุคปัจจุบันหากจะหานักเตะผู้จงรักภักดีต่อสโมสรนั้นนับเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะกับนักเตะชื่อดังที่ยังฝากอนาคตไว้กับทีมที่ไม่สามารถก้าวขึ้นไปประสบความสำเร็จในรายการใหญ่ๆได้เลย

อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวนั้นมัน เกิดขึ้นแล้วกับ มาร์โก รอยส์ ตัวรุกดีกรีทีมชาติเยอรมันของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ยังคงฝากอนาคตไว้ในถ้ำ “เสือเหลือง” ตั้งแต่ยุคที่ทีมอยู่ ในจุดสูงสุดจนกระทั่งหล่น มาอยู่ในจุดย่ำแย่มากที่สุดในรอบหลายปี

สำหรับ เส้นทางอาชีพของ มาร์โก รอยส์ นั้น ก่อนที่เขาจะมา สร้างตำนานกับ ดอร์ทมุนด์ นั้นเขาเคยอยู่ในทีมอะคาเดมี่ของ “เสือเหลือง” มาก่อนในปี 1996-2006 ก่อนจะย้ายไปอยู่ทีม ยู-19 ของ รอท ไวส์ส อาห์เลน เพื่อโอกาสลงเล่นที่มากขึ้น

หลังจาก ฝืกปรือกับ รอท ไวส์ส อาห์เลน ราว 3 ปี ทั้งทีมชุดใหญ่และทีมชุดใหญ่ก็ทำให้เขาถูก โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค คว้าตัวไปร่วมทีมในปี 2009 และเริ่มจรัสแสงขึ้นมาเรื่อยๆกลายเป็นกำลังสำคัญช่วย “สิงห์หนุ่ม” คว้าโควต้าไปเล่นฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ปี 2012 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีด้วยการยิงประตูในลีกถึง 18 ประตู

มาร์โก รอยส์

ในเวลานั้นชื่อของ รอยส์ กลายเป็นดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดของลูกหนังเมืองเบียร์ ก่อนที่ในปี 2012 ดอร์ทมุนด์ จะจัดการดึงตัวนักเตะกลับมาร่วมทีมได้อีกครั้งโดยมาผนึกกำลังในเกมรุกร่วมกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมในบทบาทปีก โดยยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำมีส่วนสำคัญในการพา ดอร์ทมุนด์ ทะลุเข้าชิงถ้วย ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก แต่น่าเสียดายที่ต้องพ่ายคู่ปรับตลอดกาลอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ไปอย่างน่าเจ็บใจ

อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นผลงานของทีม “เสือเหลือง” ก็ลุ่มๆดอนๆมาโดยตลอดหลังจากมักจะเสียแกนหลักไปให้กับคู่ปรับอย่าง บาเยิร์น มิวนิค อยู่เสมอ จนขนาดว่า ฮันส์-โยอาคิม วัตซ์เค่ ซีอีโอของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

แทบไม่เชื่อสายตาว่าเจ้าตัวจะต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีม ในช่วงฤดูกาล 2014-15 ที่ “เสือเหลือง” กำลังทำผลงานอย่างย่ำแย่ เก็บได้เพียง 19 คะแนน จากการลงเล่นศึกบุนเดสลีกา 20 เกมแรก จนอันดับลงไปกองอยู่ท้ายตาราง

“การต่อสัญญาของเขาเป็นเรื่องที่บ้ามาก ผมมองว่าเป็นเรื่อง ที่น่าทึ่งสุดๆ เนื่องจากหากเขาย้ายไปเล่นทีมอื่น เขาจะได้รับค่าเหนื่อยมากกว่าเดิม 2 เท่าตัว เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่าสโมสรยักษ์ใหญ่กำลังไล่ล่าตัวคุณ ขณะที่ดอร์ทมุนด์ ต้องมาดิ้นรนหนีการตกชั้น และจะไม่มี ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก ให้เล่นในฤดูกาลหน้า แต่เขายังคงอยู่กับเรา”

รอยส์ ยังคงก้มหน้าก้มตามุ่งมั่น ทำผลงานให้ดีที่สุด กับสโมสรแห่งนี้ และ ยังคงมีบทบาทคนสำคัญ ในแนวรุกซีซั่นนี้ที่ประสานงานร่วมกับ เจดอน ซานโช่ และ เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ จนพาทีมคว้าแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล ในฤดูกาล 2020/21 ได้สำเร็จด้วยการเอาชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก ในรอบชิงชนะเลิศ และที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้เขามีโอกาสชูถ้วยแชมป์ในฐานะกัปตันทีมเป็นครั้งแรก ได้อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งถือเป็นรางวัลที่เหมาะสม ที่สุดกับแข้งผู้จงรักภักดีรายนี้แล้ว