ฤดูกาลจบลงเป็นที่เรียบร้อยครับ ขออนุญาตทำเซียนเหมือนเรียนเป็นกูรู เลือกผู้เล่นในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่อยู่ในดวงใจเป็นคลับของตัวเอง 1 ทีม ไม่ได้ยึดจากสถิติใด ๆ มากมายนะครับ เอาจากความรู้สึกและวิจารณญาณของตัวเองเป็นหลัก ว่าเขาเหมาะที่จะเป็นผู้เล่นที่ดีในทีมสำหรับฤดูกาลนี้ที่ผ่านไป

ออกมาเป็นแบบนี้ครับมุมมองที่มี ระบบ 4-2-3-1

                                               แพทริค แบมฟอร์ด

                   เมสัน เมาท์              บรูโน่ แฟร์นันเดส          ฟิล โฟเด้น

                                    ยูริ ทีเลอมองส์          ฟาบินโญ่

    ลุค ชอว์                 รูเบน ดิอาส        แฮร์รี่ แม็คไกวร์             เบน ก็อดฟรี่ย์

                                            เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซพรีเมียร์ลีก

ผู้รักษาประตู : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ (แอสตัน วิลล่า)

เป็นของขวัญวิเศษที่สุดของ สิงห์ผยอง ที่เติมเต็มมาจากคำว่าของเหลือของทีมอื่น แม้ว่าจะไม่ได้เก็บคลีนชีทเป็นกิจวัตรหลัก แต่ที่แน่ ๆ คือแต่ละแต้มที่ วิลล่า สะสมเข้าคลังนั้น มีส่วนหนึ่งมาจากการเซฟแบบอุตลุดของ มาร์ติเนซ แน่นอน
นอกจาก มาร์ติเนซ เซฟอย่างยอดเยี่ยมแล้ว ผลพลอยได้ของ ดีน สมิธ คือทำให้กองหลังมีโอกาสส่งชื่อขึ้นสกอร์บอร์ดได้บ้างอีกด้วย

แบ็คขวา : เบน ก็อดฟรี่ย์ (เอฟเวอร์ตัน)

เป็นตำแหน่งสุดท้ายที่เลือก เพราะส่วนหนึ่งแบ็คขวาของแต่ละทีมมีผลงานที่น่าสนใจพอ ๆ กัน ไม่ได้โดดเด่นค้ำฟ้าตลอดฤดูกาลไปเลยสักคน

ก็อดฟรี่ย์ ไม่ใช่แบ็คขวาอาชีพก็จริง แต่กับ เอฟเวอร์ตัน และ คาร์โล อันเชล็อตติ เขาน่าจะเป็นครบทุกบทบาทแนวรับ ยกเว้น การเล่นแบ็คซ้ายเท่านั้น ดูเขาจะลงตัวกับการเป็นหนึ่งในสามกองหลัง ยืนขนาบฝั่งขวา บางทีก็ต้องเป็นแบ็คจอมบุกจำเป็นอยู่เหมือนกัน

เซนเตอร์แบ็ค : แฮร์รี่ แม็คไกวร์ (แมนฯ ยูไนเต็ด) และ รูเบน ดิอาส (แมนฯ ซิตี้)

เขาเกือบจะรักษามาตรฐานเดิม ด้วยการลงเล่นทุกนัดของ พรีเมียร์ลีก อีกหนึ่งฤดูกาลอยู่แล้ว แต่มั่นใจได้ว่าแฟนบอลจะจำระยะเวลาของเขาในสนาม ได้มากกว่าช่วงเวลาบาดเจ็บสั้น ๆ ตอนนี้อยู่แล้ว ถ้าเปรียบอวัยวะของ โซลชา คิดว่า แม็คไกวร์ น่าจะรับบทเป็นตับ และ ไต ที่คอยปรับสมดุล และกรองของเสียออกให้ ปิศาจแดง ได้อย่างดี

ขอให้หายทันแมตช์วันพุธนี้ที่ โปแลนด์ นะพ่อหนุ่ม ส่วน ดิอาส อริร่วมเมือง ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ สำหรับเขา ความยอดเยี่ยมของเขาทำให้ จอห์น สโตน ได้รับอานิสงส์จากความสามารถไปเต็ม ๆ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เองก็ได้ความมั่นคงที่ต้องการกลับมา เหมือนยุคสมัยเดิม ๆ ที่มี แวร์ซองต์ กอมปานี แปลงร่างเป็นกำแพงสะท้อนเกมบุกคู่แข่งอย่างแข็งขัน และรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม จากสมาคมนักข่าวของอังกฤษ ทั้งที่เขาเพิ่งมาเล่นเป็นปีแรก แถมเป็นกองหลังด้วยเนี่ย มันพิสูจน์ให้เห็นแจ่มแจ้งแดงแจ๋จริง ๆ

แบ็คซ้าย : ลุค ชอว์ (แมนฯ ยูไนเต็ด)

ตำแหน่งนี้ถูกยื่นเข้าประกวดหลายคน แต่ขอยกให้ ชอว์ ที่กลับมาสู่ฟอร์มที่ดีของเขาอีกครั้ง ถ้าย้อนกลับไปดูทุกอุปสรรคชีวิตของเขา แล้วเอามาเป็นบรรทัดฐานมองเขาในปีนี้ ก็น่าจะหมดข้อกังขาได้เหมือนกัน ถ้าสร้างมาตรวัดเป็นฟอร์ม และโอกาสในการลงสนาม ต้องมีแบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษคนนี้อยู่ในโผอันดับต้น ๆ แน่นอน

กองกลาง : ยูริ ทีเลอมองส์ (เลสเตอร์ ซิตี้) และ ฟาบินโญ่ (ลิเวอร์พูล)

ฟาบินโญ่ ไม่ได้เล่นกองกลางเท่าไหร่เลยก็จริง แต่ถ้านับการลงสนามแล้ว เกมรับของลิเวอร์พูล ขาดเขาไม่ได้ ถ้าเปรียบ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก เป็นพ่อทุกสถาบัน ฟาบินโญ่ ก็มีสิทธิ์ที่จะเป็น อาหรือน้องชายของพ่อ จากทุกสถาบันได้เหมือนกัน

ถ้าไม่มีกองหลังสมัครใจอย่าง ฟาบินโญ่ ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ คงจะหมอบร่วงโรยไปมากกว่านี้ และอาจกลับมาพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ทันการณ์แน่นอน และในวันที่เขากลับมายืนตำแหน่งของเขา ยิ่งทำให้เพื่อนมิดฟิลด์ เล่นได้สบายขึ้นตามไปด้วย ไม่เชื่อก็ไปถาม ติอาโก้ อัลคันทาร่า-ฝากไปถามให้ด้วย

ยูริ ทีเลอมองส์ เป็นผู้เล่นอีกคนที่ เลสเตอร์ ขาดไปไม่ได้ เป็นมนุษย์บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ ที่แฟนบอลยุค 90 หรือ 2000 เนี่ยไม่ได้เห็นมานานแล้ว ยิ่ง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส คนที่ไม่ได้โอกาสอยู่ในเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพนาน เพราะบาดเจ็บ มาเป็นกุนซืออยู่ในช่วงสั้น ๆ ท้าย ๆ งานเลี้ยงที่เลิกราของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เสียด้วย

เขาอาจจะอยากให้ ทีเลอมองส์ เป็นกองกลางในฝันของเขาไปเลยก็ได้ อาจจะไม่ใช่หัวใจหลักของเกมรุก แต่การเชื่อมเกม และอาวุธที่ซ่อนอยู่กับลูกยิงไกล ทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ หลากหลายขึ้นไปอีก

เพลย์เมกเกอร์ : บรูโน่ แฟร์นันเดส (แมนฯ ยูไนเต็ด)

อยากจะข้ามคนนี้ไปเหลือเกิน เพราะไม่มีคำเยินยอเหลือให้ชื่นชมแล้ว ทุกสำนักคงจะร่ายทุกบทสุดติ่งของผู้ชายฟันเหยินคนนี้ไปหมด แต่สิ่งที่ชอบในตัว บรูโน่ แฟร์นันเดส อยู่อย่างหนึ่ง คือมีความรู้สึกว่า แม้ บรูโน่ จะเป็นทุกอย่างของ ยูไนเต็ด แต่ทุกคนไม่จำเป็นต้องหมุนตามโลกของ บรูโน่ เลย

หลายสโมสรที่มีไอคอน หรือตัวชูโรง มักจะทำให้ฟุตบอลเป็นไปในลักษณะของเขา ถ้าให้เห็นชัด ๆ ก็เช่น ช่วงเวลาหนึ่งของ แจ็ค กรีลิช และแอสตัน วิลล่า หรือวนมาเมืองไทยก็ที่ สุโขทัย เอฟซี ที่คิดไม่ออกก็เอาไปให้แต่ จอห์น บักโจ้ เหมือนมีคนเดียวบนโลก

ริมเส้นตัวรุก : ฟิล โฟเด้น (แมนฯ ซิตี้) และ เมสัน เมาท์ (เชลซี)

เป็นความชมชอบส่วนตัวล้วน ๆ ชอบผู้เล่นโฮมโกรนที่แทรกตัวขึ้นมาชูชันบนฟลอร์หญ้า เพื่อบอกว่า พวกกูก็มีของ ไม่ต้องซื้อข้างนอกมาอย่างเดียวก็ได้ ทั้งสองคนส่งสาส์นบอกบรมครูข้างสนาม ทั้ง ทูเคิ่ล หรือ กวาร์ดิโอล่า ว่า เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน-ถุยส์ชีวิต ไม่ใช่ บอกว่า หาคำพูดให้กับบรรดาซูเปอร์สตาร์ดี ๆ นะ พวกผมจะยึดตัวจริง

การขึ้นไปยิงประตูได้บ่อยครั้งช่วงกลางฤดูกาลของ โฟเด้น หรือ การมีชื่ออยู่ในชอยช์ของ ทูเคิ่ล ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเปลี่ยนหัวเรือใหม่ เนี่ยมันตอบโจทย์ได้ที่สุดแล้ว

กองหน้า : แพทริค แบมฟอร์ด (ลีดส์ ยูไนเต็ด)

ไม่ได้เป็นดาวซัลโว ไม่ได้ติดโผอะไร แต่ส่วนตัวมองว่า แบมฟอร์ด คือปรากฏการณ์ และอยู่ในมือของโคตรสมองกล มาร์เชลโล่ บิเอลซ่า เสียด้วย จึงรีดศักยภาพของเขาออกมาได้หมดหลอด ประหนึ่งเอาเครื่องบดปลาหมึก มารีดซองยาสีฟัน อะไรแบบนั้นเลย แบมฟอร์ด มีประโยชน์มากกว่าการเป็นคนยิงประตู เพราะเขาทำได้เหมือนกองหน้าตัวเป้าคนดัง ๆ หลายคนรวมร่างกัน

ไม่ว่าจะพักบอล การทำทางให้เพื่อน หรือบางทีแอสซิสต์ให้เพื่อนเลยก็มี เท้าซ้ายก็นับว่าใช้ได้ ถ้าปรับความเฉียบคมกับโอกาสที่มีอีกสักหน่อย บางที แกเร็ธ เซาธ์เกต อาจจะปฏิเสธเขาไม่ได้เลยเหมือนกัน

เป็นเพียงบทวิจารณ์ที่มาจากความคิดเห็นส่วนตัว อย่าเหมารวม อย่าถือโทษ อย่าโหดร้ายกันเลยนะฮะ