นิชิโนะ’กลับไทยปลายเดือนม.ค.นี้ เล็งใช้ยูธลีกยู21เฟ้นแข้งลุยซีเกมส์

หลังจากที่ อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชาวญี่ปุ่น ได้เดินทางกลับบ้านที่แดนอาทิตย์อุทัย ในช่วงปลายปีพ.ศ.2563 ที่ผ่านมา โดยมีกำหนดการจะกลับมายังประเทศไทยอีกครั้ง ในช่วงเดือนมกราคม เพื่อเตรียมทีมชาติไทยสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ในช่วงเดือนมีนาคมนั้น

ล่าสุด “โจ” นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า ถ้าหากว่าไม่มีปัญหาอะไร ทางนิชิโนะนั้นเหลือสะสางธุระสุดท้ายของตัวเองในวันที่ 24 มกราคมนี้ คาดว่าไม่เกินวันที่ 26 มกราคม ก็จะเดินทางกลับมายังประเทศไทย โดยจะเข้ารับการกักตัว 14 วันตามมาตรการของรัฐบาลไทย ส่วนเรื่องของการระบาดที่เพิ่มจำนวนขึ้นในประเทศไทยนั้น ทางนิชิโนะไม่ได้มีข้อกังวลใดๆ เพราะว่าญี่ปุ่นเองก็ระบาดไม่ต่างกันมากนัก

เลขาสมาคมฟุตบอล กล่าวต่อว่า หลังจากกลับมานั้น เมื่อพ้นกักตัว นิชิโนะ ก็จะเริ่มงานของตัวเองต่อ เพื่อเตรียมตัวสำหรับฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก ในเดือนมีนาคม โดยเราตั้งใจว่าฟุตบอลไทยลีกน่าจะกลับมาแข่งขันได้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ นิชิโนะก็จะต้องเช็คฟอร์มของผู้เล่นต่างๆ นอกจากนี้ นิชิโนะ ยังจะต้องเตรียมหานักกีฬาสำหรับรายการต่างๆ ที่จะแข่งขันในปีนี้ ทั้งซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนาม และเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน นิชิโนะจะต้องวางแผนจากผลกระทบที่เกิดขึ้นของตารางแข่งขัน ว่าจะใช้นักกีฬาอย่างไร และคัดเลือกจากไหน

นายพาทิศ กล่าวเสริมว่า สำหรับซีเกมส์นั้น ฟุตบอลลีกไม่ได้หยุดอยู่แล้ว เพราะอย่างที่นิชิโนะตั้งใจไว้ว่าจะไม่ใช่นักกีฬาอาชีพ อีกทั้งนักกีฬารุ่นนี้ไม่ใช่ตัวหลักในทีม อาจจะขาดเรื่องแมตช์ฟิตต่างๆ รวมถึงการต้องเตะวันเว้นวัน มันไม่แฟร์กับสโมสร จึงตั้งใจจะมองหานักกีฬากลุ่มใหม่ ทำให้ทางสมาคมฯ จึงไปขอความร่วมมือจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในการจัดยูธลีกยู-21 ขึ้นมา เพื่อที่จะให้นิชิโนะนั้นค้นหานักเตะไว้ใช้สำหรับกีฬามหกรรมต่างๆ เช่นซีเกมส์ หรือเอเชี่ยนเกมส์ ที่มีการกำหนดอายุ แล้วต้องเตะถี่กว่าปกติ

“ถ้าหากเราได้นักกีฬาอีกชุดหนึ่งที่มีจำนวนมากขึ้น เป็นนักเตะที่มีเกมเตะอย่างต่อเนื่อง และก็สามารถเรียกมาเก็บตัวได้เพราะไม่ส่งผลกระทบกับสโมสร พอนำไปผสมกับนักกีฬาเด่นๆ ในลีก ที่สามารถขอตัวจากสโมสรไปใช้งานได้ ก็จะกลายเป็นทีมชุดที่นิชิโนะพอใจ สามารถนำไปใช้แข่งขันจริงได้” นายพาทิศ กล่าว

พ่อบ้านลูกหนังไทย กล่าวปิดท้ายว่า ในส่วนของเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพนั้น เมื่อปฏิทินการแข่งขันฟุตบอลลีกของไทยเปลี่ยนเป็นการเตะสิงหาคมไปจนถึงพฤษภาคมปีหน้า เราจะมาดูกันว่าจะสามารถปิดลีกฤดูกาล 2020 ได้ตามที่วางไว้หรือไม่ ถ้าทำได้ ฤดูกาลต่อไปอาจจะเปิดเร็วขึ้นสักเดือนสิงหาคม เพื่อที่จะให้มีเบรกในช่วงซูซูกิ คัพ ได้ แต่อย่าลืมว่ายังไงก็ไม่ใช่ชุดที่ดีที่สุด เนื่องจากไม่ใช่ฟีฟ่าเดย์ ทำให้จะไม่ได้นักเตะที่เล่นต่างประเทศมาร่วมทีม