ช้างศึก  ทีมชาติไทย ได้ตัวเจ็บกลับคืนทัพทั้ง ธนบูรณ์ เกษารัตน์, วรวุฒิ นามเวช รวมถึง ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร โดยโค้ช อากิระ นิชิโนะ เน้นการซ้อมเกมรุกเป็นพิเศษ ก่อนดวลเดือด มาเลเซีย เพื่อหวังปิดจ็อบให้สวยที่สุดด้วยอันดับ 3 ด้าน “เสือเหลือง” พร้อมจัดแข้งโอนสัญญาชาติ อาทิ โมฮามาดู ซูมาเรห์, กิลเยอร์เม่ เดอ เปาล่า, ลิริดอน คราสนีคี ลงตะบัน ลั่นต้องชนะสถานเดียว เปิดสถิติการพบกันในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกทีมชาติไทยเป็นรอง เจอกันทั้งหมด 4 หนหลังไม่เคยชนะ เสมอ 1 แพ้ 3 ครั้งด้วยกัน

ความพร้อมศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบสอง โซนเอเชีย กลุ่มจี นัดที่ 8 ซึ่งเป็นนัดสุดท้าย วันที่ 15 มิ.ย. 64 เวลา 23.45 น. ณ สนามอัล มัคตูม สเตเดี้ยม เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรสต์  ระหว่าง ทีมชาติไทย อันดับ 3 ของตารางลงเล่น 7 นัด มี 9 แต้ม พบกับ ทีมชาติมาเลเซีย ทีมอันดับ 4 ของตารางที่ลงเล่น 7 นัดมี 9 แต้มเช่นกัน ซึ่งคู่นี้เจอกันมาแล้วเกมแรกทีมไทยบุกไปพ่ายที่สนามบูกิต จาลิล สเตเดียม 1-2  เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 62

ช้างศึก

ล่าสุด  ช้างศึก  ของ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่นไม่มีปัญหาน่าห่วง หลังผู้เล่นที่ก่อนหน้านี้มีข่าวเจ็บ ต่างพร้อมลุยอีกครั้งทั้ง 2 เซ็นเตอร์แบ็กจาก ท่าเรือ อย่าง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กับ วรวุฒิ นามเวช รวมไปถึง ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร มิดฟิลด์ จาก เลสตอร์ ซิตี้ ขณะที่กลุ่มซึ่งยังไม่ได้โอกาส ก็หวังได้รับเลือกบ้างอย่าง สุมัญญา ปุริสาย มิดฟิลด์ บีจี ปทุมฯ, พรรษา เหมวิบูลย์ กองหลัง บุรีรัมย์ฯ, เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ตัวริมเส้น สมุทรปราการ

ทั้งนี้ น่าจับตาว่า นิชิโนะ จะปรับทัพอย่างไร หลังผลงาน 2 นัดหลังไม่เข้าตา จนโดนกระแสกดดันอย่างหนัก ทำให้เกมนี้จะต้องละเอียดสุดๆ โดยมีรายงานว่า อดีตกุนซือมทีมชาติญี่ปุ่น มุ่งมั่นคว้าชัยให้ได้ โดยจับเด็กฝึกซ้อมเกมรุก และปลุกเร้าลูกทีมเป็นพิเศษ โดยเชื่อว่า “เจ้ากัน” ธนวัฒน์ ที่ทำผลงานเด่นจากการประเดิมสนาม น่าคืนตัวจริงค่อนข้างแน่

ด้าน ตัน เชง โฮ กุนซือทีมชาติมาเลเซีย ก็พร้อมขนชุดใหญ่ลงลุยเช่นกัน โดยเฉพาะนักเตะโอนสัญชาติหรือบรรดาแข้งลูกครึ่งลงสนาม เนื่องจากรูปร่างสูงใหญ่มีความแข็งแกร่ง อาทิ โมฮามาดู ซูมาเรห์ กองหน้าโอนสัญชาติชาวแกมเบียที่เคยมาเล่นในเมืองไทยกับโปลิศ เทโรฯ  หรือจะเป็น กิลเยอร์เม่ เดอ เปาล่า หอกโอนสัญชาติจากบราซิล ดีกรีดาวซัลโวลีกสูงสุดมาเลเซีย ที่แม้ว่าจะโดนแฟนบอลกดดันจากผลงานในสนามก็ตาม หรือจะเป็น ลิริดอน คราสนีคี  มิดฟิลด์ตัวรุกที่โอนสัญชาติจากจากโคโซโว เรียกว่าเกมนี้น่าจะจัดเต็มอัตราศึกแน่นอน ซึ่งทาง ตัน เชง โฮ ประกาศชัดนัดนี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะชนะทีมชาติไทยให้ได้สถานเดียว

ส่วนเรื่องสถานการณ์ของทั้งสองทีม ถือว่าหมดลุ้นที่จะเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายแน่นอนแล้ว แต่ก็จะต้องพยายามที่จะจบอันดับ 3 ของกลุ่มให้ได้ ซึ่งเกมนี้ทีมชาติไทยหวังจะรักษาอันดับผลจบลงแค่เสมอก็เพียงพอที่จะยึดอันดับ 3 ของกลุ่มจีได้ ขณะที่มาเลเซียต้องชนะเท่านั้น เนื่องจากประตูได้เสียทีมชาติไทยดีกว่า บวกอยู่ 1 มาเลเซียลบอยู่ 3 ประตู ขณะที่เมื่อนำคะแนนไปลบกับทีมอันดับสุดท้ายของกลุ่มคือการพบกับทีมอินโดนีเซียแล้ว ทีมชาติไทยยังมีแต้มมากกว่ามาเลเซีย 2 คะแนนด้วยกัน

สำหรับสถิติการพบกันระหว่าง ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติมาเลเซีย พบกันทั้งหมด 111 ครั้ง ทีมชาติไทย ชนะ 35 ครั้ง เสมอ 35 ครั้ง ทีมชาติมาเลเซีย ชนะ 41 ครั้ง โดยที่สถิติการพบกัน 4 นัดหลังสุด ทีมชาติไทย ไม่สามารถชนะ มาเลเซีย ได้เลย โดยครั้งสุดท้ายที่ ไทย ชนะ มาเลเซีย ต้องย้อนไปเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2014 ซึ่ง ไทย เปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน เอาชนะไป 2-0 ในฟุตบอลแชมป์อาเซียน 2014 รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก ก่อนที่นัดสองจะบุกไปแพ้ ที่สนามบูกิต จาลิล 2-3 ทำให้ สกอร์รวม ไทย ชนะ 4-3 พร้อมคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จในครั้งนั้นหวุดหวิด ขณะที่สถิติการพบกันในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก เจอกันทั้งหมด 4 ครั้งทีมชาติไทย ไม่เคยชนะ เสมอ 1 ครั้ง และ แพ้ 3 ครั้ง ด้วยกัน